ผู้ว่าฯกทม. เผยสัญญาณชีพใต้ซากตึก สตง. กู้ภัยเดินหน้าค้นหาด้วยความหวัง ได้ยินเสียงตอบกลับ พบสัญญาณชีพในโพรงใต้ซากตึก
วันที่ 3 เมษายน 2568 เพจ กรุงเทพมหานคร รายงานความคืบหน้าภารกิจค้นหาผู้สูญหายจากเหตุอาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่ม ซึ่งก่อนหน้านี้ทีมกู้ภัยได้เผยแพร่คลิปเสียงร้องขอความช่วยเหลือ ล่าสุด นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แถลงข่าวว่า มีการตรวจพบสัญญาณชีพจากใต้ซากอาคาร

ผู้ว่าฯกทม. เผยสัญญาณชีพใต้ซากตึก สตง. เดินหน้าหาด้วยความหวัง
เวลา 09.00 น. ณ ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ สำนักงานเขตจตุจักร ผู้ว่าฯ ชัชชาติ เปิดเผยว่า คืนวันที่ 2 เมษายน เจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้าไปในพื้นที่โพรงใต้ซากตึกและได้ยินเสียงตอบกลับจากผู้หญิง จากนั้นได้ใช้เครื่องสแกนตรวจสอบ พบสัญญาณที่คล้ายร่างกายมนุษย์ จึงใช้ Sonar เพื่อตรวจสอบเพิ่มเติม และได้ยินเสียงเคาะตอบกลับ
“แม้จะเป็นความหวังเล็ก ๆ แต่ก็เป็นสัญญาณสำคัญที่ทำให้เรายังมีความหวังในการช่วยเหลือผู้รอดชีวิต” ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าว
ผู้ว่าฯ ชัชชาติ อธิบายว่า พื้นที่ที่พบสัญญาณชีพนั้นอยู่บริเวณ ทางหนีไฟ ซึ่งเป็นจุดที่ผู้เชี่ยวชาญเคยคาดการณ์ไว้ อย่างไรก็ตาม อุปสรรคสำคัญคือ แผ่นคอนกรีตขนาดใหญ่ 3 แผ่น น้ำหนักรวมกว่า 60 ตัน ขวางเส้นทาง ทีมกู้ภัยจึงต้องเร่งตัดและยกคอนกรีตออกตลอดคืน
ล่าสุด เช้าวันที่ 3 เมษายน เวลา 06.30 น. สามารถเคลื่อนย้ายคอนกรีตออกได้ทั้งหมด และเริ่มขุดเจาะต่อไป คาดว่าผู้รอดชีวิตอาจอยู่ลึกลงไปประมาณ 3 เมตร
“ตอนนี้เรา หยุดใช้เครื่องจักรหนักชั่วคราวจนถึง 13.00 น. เพื่อป้องกันแรงสั่นสะเทือนและลดเสียงรบกวนที่อาจบดบังเสียงร้องขอความช่วยเหลือ”

ผู้ว่าฯกทม. เผยสัญญาณชีพใต้ซากตึก สตง. เดินหน้าหาด้วยความหวัง
เจ้าหน้าที่ได้เตรียมพร้อมรับมือทุกสถานการณ์ โดยมีทีมแพทย์ พยาบาล และอุปกรณ์การแพทย์ครบครัน เนื่องจากผู้ติดอยู่ใต้ซากอาคารอาจเผชิญกับภาวะ โพแทสเซียมในเลือดสูง จากการติดอยู่เป็นเวลานาน ซึ่งต้องมีมาตรการปฐมพยาบาลที่เหมาะสม
นอกจากนี้ ผู้ว่าฯ กทม. ยังกล่าวถึงความเป็นไปได้ที่อาจพบผู้รอดชีวิตเพิ่ม หากสามารถช่วยเหลือผู้ที่อยู่ในจุดนี้ออกมาได้สำเร็จ
“เชื่อว่าเรากำลังทำในสิ่งที่ถูกต้อง และความหวังเล็ก ๆ นี้จะช่วยให้ทีมกู้ภัยมีกำลังใจเดินหน้าต่อไป”
สิ่งที่น่ากังวลในวันนี้คือ สภาพอากาศที่อาจมีฝนตก ทางเจ้าหน้าที่จึงเตรียมอุปกรณ์กันฝนและกันแดดเพิ่มเติม รวมถึงเครื่องมือตัดถ่างขนาดใหญ่ เพื่อเร่งเปิดเส้นทางช่วยเหลือผู้ติดอยู่ภายใน
ขณะเดียวกัน มีรายงานว่าพื้นที่ใต้ซากอาคารอาจยังมีช่องโพรงที่ช่วยระบายอากาศ ซึ่งอาจช่วยลดผลกระทบจากอุณหภูมิที่ร้อนจัดได้ แต่ปัญหาหลักคือ การขาดแคลนน้ำ
แม้ภารกิจเข้าสู่วันที่ 7 แต่เจ้าหน้าที่ทุกคนยังคงทุ่มเททำงานตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อค้นหาผู้รอดชีวิตท่ามกลางสถานการณ์ที่ยากลำบาก
“เรายังไม่รู้ว่าจะเกิดปาฏิหาริย์หรือไม่ แต่เราจะไม่หยุดจนกว่าจะทำทุกอย่างที่เป็นไปได้”
#กทม #กรุงเทพมหานคร #แผ่นดินไหว #กู้ชีพ #ช่วยเหลือผู้ประสบภัย